เบนซ์ติดก๊าซ
อาจจะกล่าวได้ว่าเดมเลอร์เบนซ์คือผู้ผลิตรถยนต์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ล้ำหน้าผู้ผลิตอยู่ตลอดเวลาหลายๆ อย่างที่มีในรถเบนซ์กลายเป็นแม่แบบให้กับรถจากค่ายอื่นๆ ในเรื่องของพลังงานทดแทนเช่นกันไม่ว่าจะเป็นไบโอดีเซล ก๊าซธรรมชาติเบนซ์ก็มีผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดพร้อมๆ กับค่ายอื่นๆ พลังงานทดแทนเบนซ์มักจะเน้นไปที่รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ซึ่งก็รวมถึงรถโดยสารประจำทาง แต่กับรถเก๋งนั่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงนั้นอาจจะพูดได้ว่าเบนซ์เริ่มต้นออกสู่ตลาดช้ากว่าผู้ผลิตรายอื่นๆโดยเฉพาะในเยอรมนีและในยุโรปทั้งหมด
ไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีของเบนซ์ตามคนอื่นไม่ทันแต่เจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่างเบนซ์ปล่อยรถยนต์นั่งติดก๊าซหรือเรียกว่ารถเก๋งที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สองแบบเพิ่งจะปล่อยออกสู่ตลาดในบ้านเกิดเมื่อประมาณกลางปี 2004 นี่เอง
ในขณะที่เจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือโอเปิลในเยอรมนีผลิตรถใช้เชื้อเพลิงร่วมน้ำมันเบนซินและก๊าซ CNG ในรถ Opel Zafira เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1600 ซีซี ที่ใช้ก๊าซ CNG สลับกับน้ำมันเบนซินมาตั้งแต่ปี 2002 และเมื่อเร็วๆ นี้ โอเปิลเปิดตัวรถใช้ก๊าซอีกรุ่นหนึ่งคือ Opel Astra เครื่องยนต์ขนาด 1600 ซีซีเช่นกัน และมาจนบัดนี้กล่าวได้ทั้ง Zafira 1.6CNGและ Astra 1.6 CNG สามารถครอบครองส่วนแบ่งรถประเภทนี้ในเยอรมนีได้ถึงร้อยละหกสิบ
ไม่ว่าจะเป็นเบนซ์หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส พัฒนารถยนต์ (เก๋ง) ให้ใช้ได้ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ (CNG) อาจจะด้วยเหตุผลหนึ่งคือประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องเชื้อเพลิงสำหรับผู้ใช้รถไปได้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง แต่จุดใหญ่ใจความหรือเป้าประสงค์หลักของผู้ผลิตในฟากฝั่งยุโรปนั้น การลดคาร์บอนไดออกไซด์จากไอเสียให้ต่ำลงกว่าที่ใช้น้ำมันเบนซิน เพราะกฎของชาวโลกเริ่มเข้มงวดมากขึ้นโดยเฉพาะกับเรื่องของโลกร้อนที่มีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวการตัวหนึ่งที่สำคัญ
โอเปิลผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติสลับกับการใช้น้ำมันเบนซิน เมื่อผลักสวิตช์ไปที่การใช้ก๊าซธรรมชาติไอเสียที่ถูกปล่อยออกมาหลังการเผาไหม้จะมีคาร์บอนไดออกไซด์ลดน้อยลงไปกว่าการใช้น้ำมันเบนซินถึงร้อยละยี่สิบ ในขณะที่สมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ไม่ว่าจะเป็นแรงม้าหรือแรงบิดได้ไม่น้อยกว่าที่ใช้น้ำมันเบนซิน ผลกำไรที่เจนเนอรัล มอเตอร์สได้รับคือผู้ใช้รถประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลงไปได้เกือบร้อยละห้าสิบ
เบนซ์เองก็เช่นกันในรถเก๋งนั่งขนาดกลางรุ่น E200 NGT ที่ใช้ก๊าซ CNG สลับกับการใช้น้ำมันเบนซิน แม้ว่าเบนซ์จะปล่อยออกสู่ตลาดช้ากว่าค่ายอื่น (กลางปี2 004 ในเยอรมนี) แต่ทันทีที่ E200NGTลงสู่ตลาดที่บ้านเกิด E200 NGT จำนวนหนึ่งก็ถูกส่งเข้ามายังประเทศไทยเพื่อวิ่งทำการทดสอบ จนถึงกลางปี 2005 ผลทดสอบเป็นไปตามที่ต้องการเบนซ์จึงประกาศต่อชาวโลกว่ารถยนต์รุ่นE200 NGT พวงมาลัยขวาจะถูกผลิตขึ้นจากประเทศไทย เบนซ์พอใจกับผลการทดสอบไม่เฉพาะกับในประเทศไทย ที่อื่นๆ ที่เบนซ์ส่งรุ่นนี้ไปขายและทดสอบ เบนซ์ภูมิใจกับการลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากกว่าร้อยละ 20
ผลทดสอบในประเทศไทย (เมื่อกลางเดือนมิ.ย.2005) รายงานออกมาว่า E200 NGT เครื่องยนต์ขนาดความจุ 1796 ซีซีเมื่อใช้ก๊าซธรรมชาติ (CNG/NGV) ให้แรงม้าได้สูงสุด 165 แรงม้าแรงบิดเท่ากับ 240 นิวตัน-เมตร ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากตัวเลขที่ใช้น้ำมันเบนซินเลย เบนซ์ใช้ถังก๊าซสี่ถังมีความสามารถบรรจุก๊าซรวม 18 กิโลกรัม
สามารถที่จะขับได้ถึงสามร้อยกิโลเมตร หรือทอนออกมาเป็นตัวเลขง่ายๆ ได้ว่า ระยะทาง 100 กิโลเมตรเสียค่าเชื้อเพลิง (ก๊าซCNG/NGV) เพียงห้าสิบสองบาทในขณะที่ถ้าเป็นการใช้น้ำมันเบนซิน 95 จะต้องใช้เงินถึง 213บาท จึงจะวิ่งได้ 100 กิโลเมตร (ตัวเลขราคาหน้าปั๊ม ณ วันที่ 3 มิ.ย.2005 น้ำมัน 95 ลิตรละ 22.14 บาทก๊าซลิตรละ 8.50 บาท) ผลทดสอบในครั้งนั้นได้ค่าคาร์บอนด์ไดออกไซด์ออกมาเพียง 168 กรัม ต่อกิโลเมตร ซึ่งน้อยลงไปกว่าร้อยละ 20 เมื่อใช้น้ำมันเบนซิน
อาจจะพูดได้ว่าเบนซ์ไม่สนใจเท่าไรนักกับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ก๊าซ) เช่นเดียวกับผู้ใช้รถเบนซ์ในบ้านเราก็อาจจะไม่สนใจในเรื่องนี้เท่าใดนัก แต่สิ่งที่เบนซ์ได้รับก็คือรถใช้ก๊าซของเบนซ์ลดภาระที่จะทำให้โลกร้อนลงไปได้ร้อยละยี่สิบต่อคันต่อการใช้งาน และคงจะเป็นเช่นเดียวกันกับเจนเนอรัล มอเตอร์ส (Zafira&Astra) วอลโว่ (S80) และแม้แต่ HONDA CIVIC โฉมปัจจุบันที่วิ่งอยู่ในอเมริกาในรุ่น GX(ความจุเครื่องยนต์1800ซีซี) ที่ใช้ก๊าซ CNG/NGV เพียงอย่างเดียว
รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในวันนี้นั้นอาจจะเป็นทางเลือกสั้นๆ เพราะแม้แต่จะทำให้โลกเย็นลงได้บ้างแต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของพลังงานสะอาดก๊าซธรรมชาติในรถยนต์เป็นเพียงผลิตผลสำรองเพื่อรองรับกับนวัตกรรมที่จะทำให้โลกสะอาดซึ่งก็คือ Fuel Cell ในอนาคตอันใกล้
ครับอย่างน้อยที่สุดบนโลกวันนี้เราก็ยังมีทางเลือกที่จะใช้เชื้อเพลิงราคาถูกและสะอาดจากก๊าซธรรมชาติแต่กับบ้านเรา ยังอยู่ในความวังเวงในเรื่องของพลังงานแม้จะมีบางส่วนสนับสนุนเรื่องการใช้ก๊าซแต่นโยบายที่แน่นอนอีกสามปีห้าปีข้างหน้าเรายังไม่เห็นออกมาจากภาครัฐ จะมีก็เพียงแต่นโยบายรายวัน การจะหวังพึ่งพานโยบายจากภาครัฐคงจะยากผู้ใช้รถในบ้านเราก็คงต้องฝากความหวังไว้กับผู้ผลิตรถยนต์ในบ้านเราว่าเมื่อไรถึงทำรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงราคาถูกมาขายกันบ้าง
|