gas [last update 29-06-06]
page 1 : 1 prev : next [อ่าน 2]

ดีเซล ความประหยัดในโลกที่เป็นจริง

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังตื่นตัวเรื่องพลังงานทดแทน ซึ่งเวลานี้ภาครัฐสนับสนุนให้ไปใช้เอ็นจีวี ทำให้กระแสความนิยมเอ็นจีวีเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ในโลกยานยนต์นั้น การพัฒนาเทคโนโลยี สำหรับเครื่องยนต์เอ็นจีวีเรียกว่า ได้รับความสนใจน้อยมาก จะเห็นว่ามีรถไม่กี่ค่ายที่พัฒนารถเอ็นจีวีออกมาขาย ทั้งที่เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนและต้นทุนต่ำ แต่วงการรถยนต์เลือกที่จะพัฒนาดีเซลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น บทบาทของดีเซลในตลาดโลก รุดหน้าไปมาก มีคำถามว่าเลือกส่งเสริมรถดีเก๋งดีเซล จะคุ้มกว่าการเลือกลงทุนนำเข้าอุปกรณ์ เอ็นจีวีหมื่นล้านบาทในเวลานี้

"ยุโรปตะวันตก" มักจะเป็นต้นกำเนิดของวิทยาการสมัยใหม่และกำหนดทิศทางใหม่ของการบริโภคยานยนต์ รถของคนในยุโรปน่าศึกษาเพราะว่า ประเทศเหล่านี้เตรียมตัวรองรับการขาดแคลนพลังงาน และเขาเหล่านั้นต่างเคยชินกับน้ำมันราคาสูง จนกระทั่งไม่ใช่ปัญหาของยุโรป ปัจจัยแวดล้อมต่างๆเหล่านี้ทำให้ ยุโรปเป็นตลาดที่น่าศึกษา โดยเฉพาะการเติบโตของรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล

จากข้อมูลของเจดีเพาเวอร์ ประเมินว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2549 ในยุโรปจะมีการใช้รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล มากกว่า 49% ในขณะที่ย้อนหลังไปราว 6 ปี รถยนต์ดีเซลในยุโรปมีเพียง 30% และหากย้อนกลับไปอีก 20 ปี รถเก๋งที่ใช้ดีเซลมีน้อยกว่า 10% เท่านั้น ในปี 2553 เชลล์ ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่คาดว่า สัดส่วนรถเครื่องยนต์ดีเซลในยุโรปจะเพิ่มเป็น 60% ในขณะที่ปี 2558 โตโยต้า มอเตอร์ คาดว่าการเติบโตของรถดีเซลจะเป็นไปอย่างรวดเร็วจาก 3.2 แสนคันเป็น 1.2 ล้านคัน

ปี 2549 นี้ถือว่าเป็นยุคดีเซลที่แท้จริงในยุโรป เพราะยอดขาย ครึ่งหนึ่งของตลาดหรือ 8 ล้านคันใช้เครื่องยนต์ดีเซล

ในฝรั่งเศส ปีที่แล้ว รถยนต์ใหม่ 69% ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ผู้ค้ารายใหญ่คือ เรโนลต์ครองตลาด 26% ส่วนเปอโยต์ก็เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รถยนต์ใหม่ในเยอรมนีปีที่แล้ว 42 % ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ผู้นำตลาดได้แก่โฟล์ค สวาเก้น 19.8%

ส่วนอิตาลีนั้นรถใหม่ 60% ใช้ดีเซล ผู้นำตลาดได้แก่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ครองตลาด 13.8% ในขณะที่โฟล์คสวาเก้นเป็นค่ายดีเซลที่มียอดขายเติบโตมากในตลาดนี้

ที่เนเธอร์แลนด์ดีเซลยังไม่มากนักเพราะว่า ผู้นำดีเซลอย่างโอเปิล ขายได้ 10.4% ส่วนที่ตุรกี มีรถใหม่ที่ใช้ดีเซล 24% อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า คนที่เติมน้ำมันดีเซลเป็นวัยหนุ่มสาว ที่มีอายุตั้งแต่ 22-44ปี

เหตุผลหลักที่ดีเซล เป็นเชื้อเพลิงยอดนิยมคือ คือ ระยะสั้นนั้นประหยัดกว่าเพราะปริมาณ 1 ลิตรไปได้ไกลกว่า ในขณะที่ผลดีในระยะยาวคือ เครื่องยนต์สึกหรอน้อยกว่า ทำให้อายุการใช้งานที่ยาวกว่า ซึ่งหมายถึง การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ต่ำกว่าเครื่องยนต์อื่นๆ และการที่ระยะทางต่อลิตรไปได้ไกลกว่าหมายความว่า ปริมาณ คาร์บอนไดออกไซด์ต่อกิโลเมตรก็น้อยไปด้วยซึ่งข้อนี้ในยุโรปให้ความสำคัญมาก

จะเห็นว่าในช่วง 10 ปีมานี้ ดีเซลได้ปฏิวัติเทคโนโลยีด้วย ชิ้นส่วนสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาดีเซลคือ ระบบหัวฉีดคอมมอนเรล ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ชิ้นส่วนเหล่านี้มีส่วนอย่างมากต่อการเปลี่ยนความเชื่อและพลิกประสบการณ์ที่เลวร้ายของดีเซลรุ่นเก่าๆ และนำมาซึ่งยอดขายที่เติบโตอย่างมาก

เก๋งหรูยุโรป ปั้นตลาดไทย
หากไม่นับประวัติศาสตร์เก่าๆ ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นค่ายหรูหราค่ายแรกที่ขายรถเก๋งหรูหราเครื่องยนต์ดีเซล ในเมืองไทยเมื่อ 40 ปีก่อน ค่ายรถที่พยายามเปิดตลาดรถเก๋งดีเซลได้แก่ ซีตรองจากฝรั่งเศสที่ท้าทายความเชื่อว่า คนไทยไม่นิยมเก๋งดีเซล ซึ่งรถเก๋งระดับล้านกว่าบาทนั้นต้องเครื่องยนต์เบนซินจึงจะได้รับความนิยม อย่างไรก็ตาม ซีตรอง ซี 5 ก็ได้รับการต้อนรับที่ดี แม้ว่าจำนวนขายจะน้อยซึ่งเป็นธรรมชาติของซีตรอง แต่สัดส่วนเบนซินกับดีเซล ที่ซีตรองขายออกไปทำให้ ค่ายรถอื่นๆ ได้นำไปศึกษาการตอบรับของตลาด ค่ายยนตรกิจที่คุมเครือข่ายการขายรถจากเยอรมนีและเกาหลีก็ใช้การนำร่องของซีตรองทำตลาดรถดีเซล ยี่ห้อโฟล์คสวาเก้นและเกีย

การตื่นตัวของดีเซล เกิดขึ้นอีกครั้งด้วยยอดขายจำนวนมากของ เมอร์เซเดส อี 220 ซีดีไอ รถยนต์สุดหรูหราที่โดดลงสังเวียนดีเซล จากนั้นวอลโว่ แลนด์โรเวอร์ ต่างก็มีรถดีเซลให้เลือก

โรเบิร์ต นอร์แมน ประธาน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย บอกว่า ดีเซล เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพราะว่าไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ใดๆ และประหยัดได้มากกว่า ในยุคที่รอเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าในอนาคตจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์เมื่อไร เทคโนโลยีดีเซลยังเป็นหลักของอุตสาหกรรมรถยนต์อยู่

2 บิ๊กเยอรมนีลงตลาด
ตลาดรถเก๋งหรูหรา ยังคงเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจเมื่อ 2 ค่ายยักษ์ของเยอรมนี ประกาศลงตลาดดีเซลเต็มตัว ได้แก่ ออดี้ และ บีเอ็มดับเบิลยู ค่ายที่ปฏิเสธการขายดีเซลมาโดยตลอด

ออดี้ โดยบริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรถยนต์ออดี้ ได้เปิดตัวรถยนต์ออดี้ A4 เครื่องยนต์ 2.0 TDI ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวรถเก๋งดีเซลของออดี้ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับยุคภาวะน้ำมันแพง โดยกำหนดราคาคันละ 2.89 ล้านบาท

ออดี้นั้นผลิตเครื่องยนต์ดีเซลประมาณ 50% ของรถทั้งหมด ซึ่งออดี้ได้พัฒนาเทคโนโลยี TDI สำหรับรถยนต์นั่งขึ้นเป็นรายแรกของโลกมานานเกือบ 20 ปี โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซลระบบ pump- injector แบบ Direct Injection ที่ควบคุมด้วยไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งระบบนี้สามารถสร้างแรงดันได้ถึง 2,050 บาร์ ทำให้ฉีดละอองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นฝอยได้ดีมาก จึงสามารถผสมกับอากาศและเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ สร้างกำลังและความประหยัด รวมถึงลดมลพิษได้ดีกว่า

ออดี้ A4 2.0 TDI ใช้เครื่องยนต์ 2.0 TDI ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่ 1,750 - 2,500 รอบ/นาที มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยเพียง 16.13 กิโลเมตร/ลิตร

ในขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้ เปิดตัวเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในไทยเช่นกัน ด้วยการนำเอารถยนต์ 520d เข้าสู่ตลาด ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูยังคงเน้นการขายรถที่ประกอบในประเทศ ที่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง จังหวัดระยอง โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้กับสื่อมวลชน และลูกค้าได้ยลโฉมในช่วงต้นเดือนกันยายน และพร้อมที่จะส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้สั่งจองได้กลางเดือนกันยายน โดย ตั้งไว้ 3.5 ล้านบาท

520d ใช้ เครื่องยนต์ดีเซล รุ่นล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ โดยซีรีส์ 5 พลังงานดีเซลรุ่นนี้ สามารถสร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลา 8.6 วินาที โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยในระดับ 14.5 กิโลเมตรต่อน้ำมันดีเซล 1 ลิตร

แม้ว่าในไทยรถญี่ปุ่นเป็นผู้ครอบครองตลาดรถปิกอัพ ซึ่งกว่า 99% ของรถเหล่านั้น ใช้เครื่องยนต์ดีเซล แต่สำหรับรถเก๋งแล้วยังไม่มีค่ายใด รุกตลาดดีเซล ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่าค่ายใดจะเปิดแนวรบดีเซล ส่วนที่กำลังสาละวนกันกับนโยบายพลังงานทางเลือก ที่ดูว่าไม่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อประเทศ เพราะต้องนำเข้าอุปกรณ์มากมาย แถมรัฐไม่ส่งเสริมให้คนประหยัด เพราะการหันหาแหล่งพลังงานใหม่ แต่พฤติกรรมคนใช้ยังคงเดิม เท่ากับว่าเราย้ายไปฟุ่มเฟือยที่อื่นเท่านั้นเอง

 


teentoa.com ขอขอบคุณ
บทความโดย ยุทธพงษ์ ภาษี
เรียบเรียง ตีนโต ดอทคอม


 

page 1 :1 prev : next


 
Copyright @ 2005 / Web Designed by : teentoa / Since : 24 April 2006
All Right Reserved, Contact us : teentoa@yahoo.com