|
รถพลังไฮโดรเจน (อย่าคิดมาก)
ผมบังเอิญมีโอกาสเป็นหนึ่งในสองคนไทย ซึ่งได้ไปทดลองขับและใช้งานรถยนต์ BMW ที่ใช้ไฮโดรเจนเหลวเป็นเชื้อเพลิง โดยที่รถยนต์คันที่ว่านั้นไม่ใช่รถที่ผลิตออกมาเพื่อทดลองหรือรถยนต์ต้นแบบแต่อย่างใด แต่เป็นรถที่ถูกผลิตออกมาเพื่อทำการจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบ เพียงแต่ในระยะแรกยังคงเป็นการจำหน่ายแบบที่เรียกกันว่า เช่าใช้ หรือ ลิสซิ่ง มากกว่า
BMW ผลิตรถยนต์ที่ใช้ไฮโดรเจนเหลวออกมาจำหน่ายในชุดแรกนี้เพียงแค่ 100 คันทั่วโลก โดยใช้โครงสร้างของรถยนต์ BMW ซีรีส์ 7 เป็นพื้นฐาน และสามารถใช้งานได้ทั้งเบนซินออกเทนตั้งแต่ 91 ขึ้นไป หรือจะเลือกใช้ไฮโดรเจนเหลวก็ได้ เอาเป็นว่านึกถึงภาพรถยนต์ในบ้านเราที่ใช้ได้ทั้งก๊าซและน้ำมัน นึกภาพอย่างนี้แล้วจะเข้าใจง่ายดี เพราะหลักการเลือกใช้เชื้อเพลิงเหมือนกัน
ปกติเวลาที่ผมได้รับเชิญไปดูงานหรือทดลองงานที่ไหนๆ ก็ตาม ผมมักจะไม่นำเอาเรื่องราวเหล่านั้นไปเผยแพร่ตามสื่อที่ผมไม่ได้มีหน้าที่เป็นพนักงานประจำ เพราะเป็นมารยาทที่ต้องการให้พนักงานประจำ เขาได้มีโอกาสรายงานเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง ยกเว้นแต่ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ หรือผมมีมุมมองที่ต่างไปหรือเพิ่มเติมจากพนักงานที่รับผิดชอบประจำ ผมจึงจะนำมารายงานเพิ่มเติมเข้าไปในรูปแบบของเกร็ดความรู้ความเห็น เช่นในครั้งนี้เป็นต้น
การเปิดตัว BMW Hydrogen 7 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีครั้งนั้น มีผู้สื่อข่าวจากทั่วโลกที่มีคำถามต่างๆ มามากมาย และในจำนวนคำถามต่างๆ เหล่านั้นผมนั่งฟัง เห็นแล้วก็ขำเพราะเป็นคำถามเหมือนกับผมนั่งจัดรายการวิทยุอยู่ที่เมืองไทย หรือเขียนตอบคำถามคนใช้รถยนต์อยู่ที่เมืองไทยไม่มีผิด
ตัวอย่างคำถามเช่น แล้วจะคุ้มค่าไหม, จะหาไฮโดรเจนเติมได้สะดวกแค่ไหน, ต่อไปราคาไฮโดรเจนจะแพงขึ้นไหม, ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์จะเป็นอย่างไร, ค่าซ่อมบำรุงจะแพงมากไหม ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นคำถามเดียวกันกับของคนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจจะนำรถไปดัดแปลงใช้ก๊าซ ไม่ว่าจะเป็น CNG หรือ LPG ในบ้านเรา
และคำตอบที่ฝรั่งตอบกลับไปหากรวบรวมมาสั้นๆ ก็จะเหมือนคำตอบที่ผมตอบในรายการวิทยุ แต่หากเป็นผมตอบและวันไหนไม่ขยายความเอาแต่คำตอบสั้นๆ วันนั้นผมจะต้องโดนคนฟังส่วนหนึ่งกล่าวหาว่า กวนโอ๊ย เพราะฝรั่งที่มีหน้าที่ตอบซึ่งเรียงหน้ากันมาเป็นแถว ตอบสรุปได้ว่า
ไม่ใช่เรื่องบังคับให้ใครหรือโลกทั้งใบเดินตาม แต่ใครที่คิดว่าทนกับราคาน้ำมันไม่ไหว หรือต้องการหาพลังงานอื่นๆ มาถัวเฉลี่ยกับน้ำมัน นี่ก็เป็นอีกทางหนึ่ง ใครพร้อม, ที่ไหนพร้อมและสะดวกก็มาเลือกใช้ ระยะแรกปั๊มจ่ายไฮโดรเจนยังไม่มาก ก็ใช้ไฮโดรเจนสลับกับน้ำมันเบนซินไปก่อน
ที่ทำขึ้นมานี่ก็ขาดทุนแน่นอน เพราะปริมาณการจำหน่ายมีน้อย ต้นทุนต่อหน่วยย่อมสูง จึงขายราคาปกติไม่ได้ต้องใช้วิธีลิสซิ่ง (ปั๊มไฮโดรเจนเหลวเท่าที่แจ้ง ทั้งประเทศเยอรมนี มีที่เบอร์ลิน 2 แห่ง ที่มิวนิก 1 แห่ง)
แต่ที่ต้องทำต้องผลิตออกมาจำหน่าย เพราะต้องการให้โลกตระหนักว่า วันนี้น้ำมันมีปัญหา วันหน้าจะมีปัญหาหนักกว่าและหนักขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ลองไม่หาทางเลือกใหม่ๆ เอาไว้ ถึงเวลาที่ปัญหาน้ำมันหนักขึ้นแล้วทั้งโลกจะช็อก
นี่ผมสรุปแปลมาตามสำนวนและความคิดของผม ซึ่งยืนยันว่าได้ใจความตรงกันแน่นอน
โดยทางเทคนิคเกี่ยวกับการเลือกใช้พลังงานโดยเฉพาะในรถยนต์นั้น ผู้ผลิตทั่วโลกต่างกำลังปรับทิศทางไปสู่ไฮโดรเจนทุกยี่ห้อ ส่วนใหญ่จะใช้แนวทางที่เรียกกันว่า Fuel Cell แต่กระบวนการและวิธีการอาจจะต่างกันออกไปเล็กน้อย ของ BMW ก็เช่นกันกับรายอื่นๆ ที่ยึดทางสายไฮโดรเจนเอาไว้ก่อน แต่รายละเอียดทางเทคนิคแตกต่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวถึงให้เป็นข้อมูลที่ต้องมานั่งเถียงกัน จะเอาเพียงแค่แนวคิดมาเล่าให้ฟังเป็นแนวทางสำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้รับเทคโนโลยีและเดินตามผู้ผลิตมาโดยตลอด
เหตุผลเท่าที่พอจะรวบรวมมาได้ว่าทำไมผู้ผลิตหลายรายถึงหันมาใช้ไฮโดรเจน ประการแรกอยู่ที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งไม่มีวันหมดไปจากโลก เพราะใช้ไปแล้วก็หมุนวนกลับมารวมตัวกันใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง ประการที่สองเป็นเชื้อเพลิงที่ปราศจากมลพิษหลังจากเผาไหม้แล้ว เพราะจะถูกปล่อยให้ไปรวมตัวกับออกซิเจนในอากาศ ให้กลับกลายมาเป็นน้ำสะอาด ประการที่สามคือเครื่องยนต์ยังคงมีประสิทธิภาพใกล้เคียงหรือเท่ากันกับที่เคยใช้เบนซิน
ในขณะที่ผู้ผลิตสายญี่ปุ่นหลายยี่ห้อ ต่างให้ความสำคัญเฉพาะหน้ากับพลังงานผสมผสาน (Hybrid) และประสบความสำเร็จจนถึงระดับผลิตออกมาจำหน่ายได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการที่ผู้ผลิตทั้งหลายทำราวกับจะต่างความคิดเห็นกันอย่างนี้ ประเทศไทยต้องกำหนดทิศทางและบทบาทให้ดีและชัดเจนมากขึ้น ถึงจะรับประโยชน์ได้ถูกต้องมากที่สุด ต่อไปจะมีรถที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ ออกมามากกว่านี้อีก และหากผู้คนในสังคมประเทศไทยยังแตกแยกทางความคิดกันอยู่ ยังโจมตีคนที่เห็นต่างไปจากตนเองอย่างรุนแรง คนที่มีหน้าที่กำหนดทิศทางของเรื่องพลังงานในประเทศยังไม่จับตาเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของโลก ระบบการศึกษายังไม่เตรียมบุคลากรให้พร้อม คนใช้รถยนต์ทั้งประเทศก็จะยังคงตกอยู่ในวังวนเช่นทุกวันนี้ต่อไป
|