energy [last update 20-12-06]
page 1 : 1 prev : next [อ่าน 2]

พลังงานสำหรับรถยนต์

ในขณะที่ภาครัฐของประเทศไทยกำลังอยู่ในระหว่างการรณรงค์ให้ผู้คนที่ใช้รถยนต์ หันมาใช้พลังงานอื่นๆนอกเหนือไปจากน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลกันมากขึ้น ในประเทศอื่นก็มีความพยายามที่จะให้คนใช้รถยนต์หลีกหนีปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นกัน จึงมีวิธีการต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทุกวันบนโลกนี้

ในแต่ละประเทศต่างก็มีวิธีการจัดการและสรรหาพลังงานที่ต่างกัน ไม่ใช่เดินตามกันไปทั้งโลกเหมือนในอดีตที่เคยเป็นมานานนับร้อยปีอีกต่อไป พลังงานที่ได้มาจากการสะสมของซากพืชและสัตว์ที่เรียกกันว่า “ฟอสซิล” เช่นน้ำมันเชื้อเพลิงที่เราใช้กันรวมไปถึงก๊าซทั้งก๊าซธรรมชาติ (CNG / NGV) และก๊าซหุงต้ม (LPG) เริ่มเป็นพลังงานที่ทั้งโลกรู้ว่าไม่สามารถพึ่งพาอาศัยได้ในระยะยาวอีกต่อไป

เพราะพลังงานที่ได้มากจากฟอสซิลทั้งหลายนั้นนอกจากจะมีวันลดน้อยลงไปจนถึงหมดไปจากโลกได้แล้ว นับวันจะมีราคาแพงขึ้น เพราะความที่มีการเก็งราคากันล่วงหน้าในตลาดซื้อขาย และมีราคาสูงขึ้นเพราะบรรดาผู้ผลิตรู้ว่าใกล้จะหมดจากโลก และความต้องการใช้ อันเนื่องมาจากปริมาณรถยนต์มีมากขึ้น ความต้องการของผู้ใช้มีมากกว่ากำลังการผลิต จึงพากันโก่งราคาเพื่อสร้างผลกำไรอันมหาศาลให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หากประเทศไทยของเราจับทิศทางเรื่องพลังงานได้ จะเห็นว่าผู้นำทางเทคโนโลยีเริ่มมีแนวทางหามาตรการที่จะบังคับให้มีการใช้น้อยลง ทั้งการบังคับกลายๆ เช่นออกมาตรการเรื่องการกำหนดมลพิษจากไอเสีย ทำให้ราคาค่าเครื่องยนต์หรือค่าตัวรถแพงขึ้น ประเทศจนๆ ที่อยากเดินตามประเทศร่ำรวยจะได้มีปัญญามาซื้อรถยนต์ใช้น้อยลง

ประเทศไหนที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกับเรื่องมาตรฐานไอเสีย เพราะต้องการให้ประชาชนในประเทศยังสามารถใช้รถยนต์ราคาถูกเทคโนโลยีต่ำกว่าได้อยู่ ก็จะถูกกดดันด้วยกลุ่มคนที่อ้างว่าออกมากดดันให้ประเทศนั้นๆ พึงตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศ และต้องตระหนักถึงภาวการณ์รวมของโลกอันเกิดจากมลพิษจากไอเสีย

ทั้งที่ประเทศต้นปัญหาหลักๆ ได้แก่ประเทศที่เจริญแล้วและมีการใช้เครื่องยนต์กลไกมากกว่าประเทศที่ยากจน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตบนความแปลกใจในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่องค์กรในประเทศที่กำลังพัฒนากลับทำมองไม่เห็นต้นเหตุ หรือเห็นก็ทำเป็นไม่รับรู้ เช่น อเมริกาเองกลับไม่เคร่งครัดเรื่องมาตรฐานไอเสียจากเครื่องยนต์เหมือนที่ไปบังคับประเทศอื่นๆ อีกทั้งยังไม่ยอมรับข้อตกลงสากลเกี่ยวกับการสร้างภาวะโลกร้อน ซึ่งเครื่องยนต์จากรถยนต์มีส่วนเกี่ยวข้องมาก และอเมริกาเป็นประเทศบริโภครถยนต์และน้ำมันมากที่สุดในโลก แต่กลับไม่มีใครไปประท้วงให้อเมริกายอมรับในเรื่องนี้ มีแต่การรณรงค์เรียกร้องขององค์กรต่างๆ ในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา ที่คนในประเทศมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจมากกว่าแต่สร้างมลภาวะน้อยกว่า

การกำหนดบทบาทเรื่องพลังงานของประเทศไทย ไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นมาจากเหตุผลบนพื้นฐานของความเป็นจริงและความเหมาะสมในประเทศ แต่ไปกำหนดบทบาทด้วยการเดินตามประเทศอื่นๆ ที่มีข้อจำกัดต่างกันกับประเทศไทย

ในประเทศที่เจริญแล้วแม้จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์จำหน่ายรายหลักๆ ของโลก เช่นญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศยุโรป ยังมีทิศทางที่ต่างกันจนน่าจะนำมาศึกษาเป็นแนวทาง เช่นผู้ผลิตในญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่ยังหันไปสนใจเรื่องของเครื่องยนต์พลังงานผสมผสาน (Hybrid) โดยปัจจุบันผลิตออกจำหน่ายไปทั่วโลก

เหตุผลที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นยึดแนวทางเครื่องยนต์พลังงานผสมนั้น มีการวิเคราะห์กันว่าเป็นเพราะญี่ปุ่นมีเชื้อเพลิงธรรมชาติน้อยจนถึงขั้นไม่มี ดังนั้นหากหันไปหาการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้วยการใช้ก๊าซเช่นในภูมิภาคอื่นของโลกก็จะกลายเป็นการหนีปัญหาหนึ่งไปหาอีกปัญหาหนึ่งอยู่ดี

อีกประการหนึ่งคือญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค้าขายเก่งและมองทิศทางการตลาดได้เร็ว ผู้ผลิตในญี่ปุ่นรู้ดีว่าท้ายที่สุดก็ต้องหันไปหาพลังงานอื่นๆ อยู่ดีเช่นกัน แต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต้องมีเกิดขึ้นด้วย จึงจะสามารถใช้เครื่องยนต์เดิมหรือเครื่องจักรเดิมให้คุ้มค่าก่อนที่จะหมดยุคตกรุ่นไป

การผลิตเครื่องยนต์พลังงานผสมผสานเป็นสิ่งที่ดัดแปลงและปรับปรุงเครื่องยนต์น้อยกว่าการเริ่มต้นผลิตเครื่องยนต์สำหรับพลังงานใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือสามารถใช้งานร่วมกับน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลได้เลย ไม่ต้องรอการลงทุนครั้งใหญ่ของโลกสำหรับการจัดตั้งสถานีเติมเชื้อเพลิงเช่นที่ยังเป็นปัญหาของรถพลังงานไฮโดรเจน
ในขณะยุโรปเดินหน้าค้นคว้าหาพลังงานและผลิตเครื่องยนต์อื่นๆ เช่นไฮโดรเจนอยู่นั้น ญี่ปุ่นก็ดำเนินการแบบเดียวกันทั้งโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน ฯลฯ แต่ญี่ปุ่นไม่ได้ทิ้งคนที่ยังต้องใช้รถในปัจจุบันไป รถยนต์ไฮบริดของโตโยต้าและฮอนด้าจึงเริ่มจำหน่าย และจะเห็นได้ว่าจำหน่ายหลักอยู่ในอเมริกา มากกว่าที่จะเห็นในยุโรปและเอเชียอื่นๆ นอกญี่ปุ่น

แต่การจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดของญี่ปุ่น ก็ยังทำการในลักษณะสินค้าขัดตาทัพรอวันสำหรับพลังงานอื่น ดังจะเห็นได้ว่าเป็นการจำหน่ายในลักษณะที่ไม่ส่งเสริมการบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตลาดใดๆ แม้ในญี่ปุ่นเองก็ตาม เพราะรู้ดีว่าถึงอย่างไรไฮบริดก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยน้ำมันไม่น้อยไปกว่ารถยนต์ดั้งเดิมเท่าใดนัก หากมีพลังงานอื่นๆ ออกสู่ตลาดไฮบริดก็ต้องจบชีวิตลงไปตามเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันปกติ

 


teentoa.com ขอขอบคุณ
บทความโดย ออโต้ คลีนิค
เรียบเรียง ตีนโต ดอทคอม


 

page 1 :1 prev : next


 
Copyright @ 2005 / Web Designed by : teentoa / Since : 24 April 2006
All Right Reserved, Contact us : teentoa@yahoo.com