จะไปทางไหนดี
จากวันที่ 1 มกราคมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 หนึ่งปีเต็มๆ ที่ภาครัฐยังไม่มีการกำหนดมาตรการเรื่องพลังงานออกมาอย่างชัดเจน ทั้งรูปธรรมและนามธรรม มีแต่ข่าวรายวันตามกระแส ไม่เป็นชิ้นเป็นอันโดยเฉพาะพลังงานหรือเชื้อเพลิงที่จะเอามาใช้กับรถยนต์ทั้งภาคเอกชนและขนส่ง ที่มีอย่างต่อเนื่องก็เป็นเพียงสารพัดแคมเปญจากปตท. ที่เป็นผู้ค้าก๊าซธรรมชาติรายเดียว ทั้งผลักทั้งดันทั้งลากจูงชักชวนให้คนใช้รถมาใช้ก๊าซธรรมชาติอัด NGV เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์แทนหรือร่วมกับน้ำมันเบนซิน ตลอดเวลา 365 วันดูเหมือนความมุ่งหวังของ ปตท.ยังห่างไกลจากเป้าหมาย
มาถึง ณ วันนี้ ปตท. น่าจะทบทวนแล้วว่าทำไมสารพัดวิธีที่ชักจูงให้มาใช้จึงยังห่างไกลจากเป้าหมาย ปตท.ควรจะค้นหาคำตอบว่าทำไมค่ายรถยนต์ทุกค่ายในบ้านเราถึงไม่สนใจในเรื่องการติดตั้งก๊าซ NGV ออกมาจากโรงงาน แม้จะมีผู้นำค่ายรถหรูอย่างเมอร์เซเดส เบนซ์นำร่องด้วยการประกอบจากโรงงานแต่ก็เป็นในแบบเงียบๆ เหงาๆ เชฟโรเลต เป็นผู้หนึ่งที่ติดตั้งระบบการใช้ก๊าซให้กับรถออฟตร้าแม้จะไม่ได้ติดตั้งจากโรงงานผลิต แต่ก็จากผู้ที่ผ่านการรับรองแล้วว่าได้มาตรฐานของเจนเนอรัล มอเตอร์ส
ทำไมฟอร์ดมอเตอร์ถึงไม่สนใจที่จะผลิตรถที่ติดตั้งระบบก๊าซออกมาขายในบ้านเรา ทั้งๆที่โรงงานผลิตรถยนต์ของฟอร์ดในประเทศอินเดียก็สามารถที่จะผลิตรถยนต์รุ่นเทารัสติดตั้งก๊าซ NGV ร่วมกับการใช้น้ำมันเบนซินออกมาขาย ทำไมรถเก๋งอย่างฮอนด้า ซีวิค ที่ขายดิบขายดีในบ้านเราจึงไม่สนใจที่จะผลิตรถใช้ก๊าซขายเหมือนในอเมริกา รถยนต์จากทุกค่ายผลิต (มีในบ้านเราทุกค่าย) สามารถที่จะผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซไปขายในยุโรปได้ทุกค่าย แต่บ้านเราที่ใฝ่ฝันกันจะเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชียนั้นไม่มีใครสนใจที่จะทำกันอย่างจริงๆ จังๆ ปตท. เป็นผู้ค้าขาย ผู้ผลิตก๊าซรายเดียวในบ้านเราน่าจะเป็นผู้ให้คำตอบ มีแต่การโยนก้อนหินถามทางจนหินหมดไปไม่รู้กี่รถต่อกี่รถแล้วว่าจะปล่อยให้ราคาก๊าซ LPG ลอยตัวหลังจากผู้ใช้รถช่วยเหลือตนเองมาติดตั้งระบบนี้มากกว่าที่รัฐและ ปตท. สนับสนุน NGV มาจนวันนี้น่าจะได้คำตอบแล้วจาก ปตท.และภาครัฐว่าทำไมชาวบ้านจึงนิยม LPG มากกว่าNGV แต่ทุกอย่างก็เงียบหายไป จนดูเหมือนว่าวิธีการใดที่คนใช้รถพยายามช่วยเหลือตนเองเพื่อต่อสู้กับราคาน้ำมันที่สุดทน รัฐมีแต่พยายามหารายได้จากการนั้นโดยที่ไม่เคยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออะไรเลยี
แก๊สโซฮอล์ที่ผ่านมามีนโยบายที่ค่อนข้างชัดเจน (จากปากเปล่า) ว่าจะผลักดันให้ปั๊มน้ำมันทุกปั๊มใช้แก๊สโซฮอล์ให้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2550 เป็นต้นไป แต่ทุกอย่างก็เงียบหายไปทั้งโรงงานผลิตเอทานอล ทั้งสถานที่ปลูกพืชไร่และพันธุ์พืชที่จะนำมาผลิตเป็นเอทานอล ดูเหมือนว่าจะมีข้ออ้างสารพัดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นเมื่อบังคับใช้แก๊สโซฮอล์ แต่ไม่มีใครสักคนพยายามที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำได้แต่เพียงเรื่องง่ายๆ ที่เด็ก ป.6 ก็ทำได้ คือเลื่อนการบังคับใช้ออกไป แล้วหันไปคิดเรื่องการเพิ่มค่าการตลาดให้กับผู้ขายน้ำมันโดยที่ไม่มีทางเลือกอื่นให้กับผู้ใช้รถ
ไบโอดีเซลดูจะเป็นความหวังหนึ่งของผู้ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล แต่ก็เป็นเพียงกระแสข่าว เพราะมาจนถึงวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาที่ไหนปลูกพืช จะใช้พืชชนิดใด ปลูกแล้วราคาจะได้เท่าไร ปลูกเท่าไรถึงจะพอ เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ฮอนด้าส่งรถเก๋งแอคคอร์ดเครื่องยนต์ดีเซลเข้าไปขายในยุโรปด้วยเครื่องยนต์คอมมอนเรลขนาด 2.2 ลิตร ประหยัดน้ำมันถึงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับแอคคอร์ดเครื่องเบนซินขนาด 2.4 ลิตร บริษัทเรโนลต์ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลในรถยนต์นั่งที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในเรื่องของการประหยัดเชื้อเพลิงและคายมลพิษน้อยที่สุด ก็ไม่ทราบว่าทำไมจึงไม่มีใครในบ้านเราแม้จะเป็นผู้ที่กำกับดูแลเรื่องพลังงานจะถามไปที่ผู้ผลิตผู้ขายในบ้านเราว่าทำไมถึงไม่นำรถเหล่านั้นมาขายมาใช้ในบ้านเรากันบ้าง
เรายังมะงุมมะงาหราอยู่กับเรื่องรถยนต์ประหยัดน้ำมันราคาถูกขนาดเล็กกันอยู่ ในขณะที่นิสสัน มอเตอร์ ประกาศเป็นสัญญาประชาคมไปทั่วโลกแล้ว ในทศวรรษหน้า (2010) เป็นต้นไปนิสสันจะพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น คายมลพิษน้อยลงน้อยกว่าเครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบัน นิสสันกล้าที่จะประกาศว่าเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3,000 ซีซี ของเขานั้นจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 3 ลิตรต่อการวิ่งระยะทาง 100 กิโลเมตร
ในอเมริกาผู้ที่ขายผู้ที่ซื้อรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารุ่นปัจจุบันจะได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องของอัตราภาษีเช่นเดียวกับในยุโรป และออสเตรเลีย ใช้มาตรการเรื่องภาษีที่จะทำให้คนของเขามีรถราคาที่ยอมรับได้ประหยัดเชื้อเพลิงลดมลพิษจากการทำงานของเครื่องยนต์
บีเอ็มดับเบิลยู ประกาศตัวออกมาแล้วว่าจะเป็นผู้นำในเรื่องของการใช้พลังงานจากไฮโดรเจนมาใช้ในรถยนต์ในทศวรรษหน้าเช่นกัน เดมเลอร์ไครสเลอร์ร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู ร่วมมือกับ เจนเนอรัล มอเตอร์ส เพื่อที่จะผลิตรถยนต์พันธุ์ผสมมาแข่งขันกับ โตโยต้า ฮอนด้า และฟอร์ด ที่เป็นผู้นำหรือเจ้าตลาดรถยนต์พันธุ์ผสมอยู่ในเวลานี้ ในขณะที่เราอยากจะเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชียต้องไปขอร้องวิงวอนให้ผู้ผลิตรถยนต์จากค่ายต่างๆ ผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานออกมาขายเพื่อที่หวังว่าจะลดการใช้น้ำมันได้สัก 5 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตามไม่ว่าเราจะต้องรอคอยเรื่องนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐอีกนานสักเท่าไร เซคชั่นยานยนต์ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะนำเสนอเรื่องราวของรถยนต์ เรื่องของพลังงาน ที่เราอาจจะยังไม่มีโอกาสได้ใช้ในวันนี้มาบอกเล่ากันให้ทราบเหมือนที่เราเริ่มกันมาตั้งแต่ในกรุงเทพธุรกิจเมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว ปีนี้เราจะนำเรื่องของพลังงานไฮโดรเจนจาก บีเอ็มดับเบิลยู เทคโนโลยีบลูเทค (ปุ๋ยยูเรีย)จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และแม้แต่ไอเสียแอมโมเนียของฮอนด้า
เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้วันนี้อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวเหมือนๆ กับพวกเราในที่นี้ที่นำเสนอเรื่องคอมมอนเรล เรื่องไบโอดีเซลเรื่องแก๊สโซฮอล์มาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน
|