energy [last update 19-01-07]
page 1 : 1 prev : next [อ่าน 1]

พลังงานทางเลือก... เหมาะกับยุคน้ำมันแพง ???

จากภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นมา จนทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขึ้นไปแตะที่ระดับ 75-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลรัฐบาลไทยทั้งในอดีต และปัจจุบัน ต่างหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนาพลังงานทางเลือกมาใช้ ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล ก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี และก๊าซแอลพีจี

เพื่อหามาตรการประหยัดพลังงาน และลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศที่เฉลี่ย 5 แสนล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ การที่ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมหลัก ทำให้มีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ เพื่อผลิตเป็นพลังงานทดแทนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น สบู่ดำ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม หรือแม้แต่ก๊าซธรรมชาติ

แต่ใครจะรู้บ้างว่า พลังงานทดแทนชนิดไหนที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้..?

เพราะแม้แต่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์เอง ก็ยังมีมุมมองที่ต่างกันออกไปเกี่ยวกับการนำพลังงานทดแทนมาใช้

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มองว่า พลังงานทดแทนที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ คือ ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ เอ็นจีวี (NGV) เพราะทั้งภาครัฐ และเอกชนกำลังส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานดังกล่าวกันมากขึ้น

อย่างเช่น ปตท.ได้จัดแคมเปญพิเศษ โดยให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเอ็นจีวี ขณะที่ราคาขาย ก็ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับพลังงานทดแทนอื่น

แต่สิ่งที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลคือ การเพิ่มสถานีบริการให้มาก เพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภค เพราะปัจจุบันที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ

ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95(เอทานอล10% และน้ำมัน 90%) แม้จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภค
แต่ยังมีปัญหาเรื่องของกำลังการผลิตที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จนทำให้ภาครัฐต้องเลื่อนการประกาศยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน 95 ออกไป

หรือแม้แต่ไบโอดีเซล(ส่วนผสมน้ำมันปาล์ม กับน้ำมันดีเซล) ยังอยู่ในของขั้นตอนการลองผิดลองถูก เพราะปริมาณผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ที่ออกสู่ตลาดค่อนข้างมีจำนวนจำกัด เช่นเดียวกับ ก๊าซแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) ที่ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการใช้ก๊าซดังกล่าวค่อนข้างมาก

จนทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า หากความต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคต อาจส่งผลต่อราคาก๊าซแอลพีจีเพิ่มสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้

ดังนั้นในอนาคตเชื่อการใช้ก๊าซดังกล่าวจะค่อยๆ หายไป เพราะภาครัฐต้องการที่จะสงวนไว้ให้ประชาชน

ตอนนี้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ได้พัฒนารถที่สามารถใช้รับรองกับเอ็นจีวี เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเชฟโรเลต ขณะที่โตโยต้าเองก็เตรียมเปิดตัวรถโคโลร่า ลิโม (LIMO) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นสำหรับรถแท็กซี่ออกมา จากจึงจะค่อยขยายไปยังรถบ้าน เพื่อรองรับกับความต้องการในอนาคต

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พลังงานทดแทนที่น่าจะเหมาะสมที่สุด คือ แก๊สโซฮอล์ เพราะไทยเป็นเกษตรกรรมทำให้มีปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีจำนวนมาก เช่น อ้อย และมันสำปะหลัง ขณะเดียวกันมาสด้าได้พัฒนาเครื่องยนต์ที่สามารถเติมแก๊สดังกล่าว

ส่วนที่ปัจจุบันปริมาณการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ คงต้องให้เวลากับภาครัฐ รวมถึงการแก้ปัญหารถเก่าที่ไม่สามารถเติมแก๊สโซฮอล์

นโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนถือเป็นนโยบายที่ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซเอ็นจีวี หรือไบโอดีเซล เพราะช่วยให้ประเทศลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเราในฐานะผู้ผลิตยินดีที่จะปฎิบัติตามนโยบายของภาครัฐ

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การนำพลังงานทดแทนมาใช้ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่อยู่ที่ว่ารัฐบาลคิดว่าพลังงานใดจะเหมาะสม และประเทศได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซเอ็นจีวี หรือ แก๊สโซฮอล์

โดยรัฐบาลจะต้องมาวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อด้อย เพื่อผลักดันขึ้นเป็นโปรดักส์แชมเปี้ยน และส่งเสริมกันอย่างจริงๆ จังๆ ส่วนพลังงานชนิดอื่นๆ ก็ควรที่จะมีสำรองไว้ เพื่อนำมาใช้ในอนาคตได้

“เราเห็นด้วยกับการนำพลังงานทดแทนมาใช้ เพราะจะทำให้เราสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ในฐานะผู้ผลิตยินดีที่จะปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐ หากสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ยืนยันว่า ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์หรือ เอ็นจีวี เป็นพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากในอ่าวไทยมีก๊าซธรรมชาติมากเพียงพอ ทำให้ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันเอ็นจีวียังเป็นพลังงานที่สะอาด ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญหากผู้บริโภคหันมาใช้เอ็นจีวีกันมากขึ้น จะทำให้การชดเชยราคาแอลพีจีของรัฐบาลลดน้อยลงไปด้วย ทำให้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องรับภาระในส่วนนี้ และในอนาคตไทยมีแผนจะพัฒนาเอ็นจีวี มาเป็น ซีเอ็นจี (CNG-Compressed Natural Gas) ซึ่งเป็นการพัฒนาจากระดับก๊าซธรรมชาติมาเก็บไว้ในรูปแบบของเหลว ทำให้ช่วยประหยัดต้นทุน เพราะการเก็บในลักษณะของเหลว อุปกรณ์ต่างๆ ไม่มีความดัน จะทำให้เก็บได้เยอะ และประหยัดอุปกรณ์

บางจากปิโตรเลียม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91นั้น ก็ถือว่า เป็นพลังงานทดแทนอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยม และทำให้ไทยไม่ต้องนำเข้าสารเอ็มทีบีอี (MTBE) หรือ สารช่วยเพิ่มค่าออกเทนในน้ำมัน ที่ไทยต้องนำเข้าปีละหลายร้อยล้านบาท ‘

โดยภาครัฐเองก็ได้ให้การส่งเสริมเกษตรกรที่ปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง ให้มีรายได้ที่แน่นอน แม้ว่าขณะนี้จะมีปัญหาเรื่องเอทานอลไม่เพียงพอกับความต้องการ จนต้องเลื่อนยกเลิกหัวจ่ายน้ำมันเบนซิน 95 ออกไปแบบไม่มีกำหนด แต่ก็เชื่อว่าในอนาคตจะไม่เกิดปัญหานี้อย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลจะต้องหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ก็คงเป็นคำตอบที่หลากหลาย ถึงแม้ว่า จะไม่ชัดเจนนัก หรือว่าฟันธงเปรี้ยงๆเหมือนหมอลักษณ์ แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็พอจะเห็นแสงอยู่ลำไร ว่าทางออก หรือจุดหมายปลายทางมันอยู่ร่วมกัน
ซึ่งคำตอบทั้งหมดนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของฟากรัฐบาล ว่าต้องมีนโยบาย หรือแผนแม่บทที่แน่นอน ทั้งในระยะยาว และระยะสั้น ไม่ใช่โอนอ่อน ลู่ลมไปตามกระแส หรือไหวเอนไปตามพลังของผู้มีอำนาจ

อย่างไรก็ดี เราคงต้องยอมรับว่า ปัญหาเรื่องพลังงาน เป็นเรื่องที่ถูกหมักหมมกันมานาน ก็ต้องให้เวลาภาครัฐด้วย

สำหรับเราในฐานะผู้บริโภค ก็คงต้องพยายามรู้จักใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 


teentoa.com ขอขอบคุณ
บทความโดย ออโต้ คลีนิค
เรียบเรียง ตีนโต ดอทคอม


 

page 1 :1 prev : next


 
Copyright @ 2005 / Web Designed by : teentoa / Since : 24 April 2006
All Right Reserved, Contact us : teentoa@yahoo.com