energy [last update 26-01-07]
page 1 : 1 prev : next [อ่าน 1]

ยุคใหม่ สั้นๆ ของเครื่องยนต์ดีเซล

โลกของเครื่องยนต์ดีเซลในอดีต ก็คงไม่ต่างจากโลกของเครื่องยนต์เบนซิน "รูดอล์ฟ ดีเซล" ผลิตเครื่องยนต์สันดาปภายในขึ้นมาใช้งาน ก็ไม่ได้หวังว่าจะใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงเช่นในปัจจุบัน เพราะจุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซล จะเป็นเครื่องยนต์ของชาวไร่ชาวนาที่จะสามารถผลิตเชื้อเพลิงขึ้นจากพืชไร่ใกล้ตัว แล้วเขาก็ประสบกับความสำเร็จตั้งแต่ต้น เช่นเดียวกับฟอร์ดที่ผลิตรถยนต์โมเดล ที อันลือลั่นของเขา ก็ต้องการให้เครื่องยนต์นั้น ใช้แอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิง เมื่อโลกของน้ำมันปิโตรเลียมเกิดขึ้น น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินซื้อง่าย ใช้คล่อง สะดวกสบาย เครื่องยนต์ดีเซลของรูดอล์ฟ ดีเซล ก็ลืมเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงจากพืชไร่ไปเช่นเดียวกับโมเดล ที ของฟอร์ด ก็ไม่มีใครสนใจไยดีกับแอลกอฮอล์อีกต่อไป

และมาในวันนี้ โลกของน้ำมันจากใต้พื้นโลกกำลังจะหมดไป ที่มีอยู่ก็มีราคาที่แพงขึ้นจนยากที่จะรับได้ เครื่องยนต์ดีเซลก่อนนั้นได้รับการยอมรับในแง่ที่ว่าให้พลังงานมากกว่าเครื่องเบนซินในขนาดที่เท่ากัน จึงนิยมใช้อยู่ในบางกลุ่มบางประเภทของยานพาหนะเท่านั้น เครื่องยนต์มีน้ำหนักมาก มีเสียงดัง เป็นตัวการที่ทำให้อากาศสกปรก ควันดำ มีมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องยนต์ดีเซลจึงแทบจะขาดช่วงของการพัฒนาไปในระยะที่ผ่านมา แม้จะมีบ้างแต่ก็ถือว่าเชื่องช้าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน

จนเมื่อโลกร้อนระอุขึ้นจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง เกิดภาวะเรือนกระจกส่งผลร้ายต่อความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ ประกอบกับราคาของน้ำมันเป็นตัวบ่อนทำลายความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม จากข้อเด่นที่ว่าน้ำมันดีเซลให้การประหยัดมากกว่า ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ดีเซลขนานใหญ่ การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป เพราะระบบของเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาในแบบที่เรียกกันว่า หัวฉีดแรงดันสูง ซึ่งแบ่งแยกออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือระบบคอมมอนเรลและระบบยูนิต อินเจ็คเตอร

เครื่องยนต์ดีเซลทั้ง 2 แบบนี้ ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ ลดการสิ้นเปลือง ลดน้ำหนัก ลดเขม่าควัน จนพูดได้ว่าในปัจจุบันเฉพาะในยุโรป รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลนั้นมียอดขายเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ อัตราเพิ่มมากกว่าอัตราการเพิ่มของการใช้เครื่องยนต์เบนซิน

แม้จะยอมรับกันว่าเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบัน คายคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงกว่าเครื่องยนต์เบนซินจนเห็นได้ชัด หรือจะพูดได้ว่าเครื่องดีเซลทำให้โลกร้อนน้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ในกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของยุโรปและบางมลรัฐของอเมริกาที่ผ่านมา เครื่องยนต์ดีเซลจากหลายค่ายผลิตไม่สามารถที่จะนำไปใช้ได้ ทั้งกฎเกณฑ์เรื่องเขม่าควัน เรื่องคาร์บอนไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์ ในอเมริกาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลจึงมีเพียงเมอร์เซเดส-เบนซ์ และโฟล์คสวาเก้นเท่านั้นที่ผ่านกฎอันเข้มงวดพอกับในยุโรปที่มีกฎเหล็กออกมาว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2510 เป็นต้นไป เครื่องยนต์ดีเซลจะต้องปล่อยกำมะถันจากการเผาไหม้ให้เหลือน้อยที่สุดในระดับที่เรียกว่า Sulfur free และไนโตรเจนออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ก็ต้องเหลือน้อยที่สุด

ยังไม่มีค่ายใดทอดทิ้งการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล เพราะพิสูจน์ได้แล้วว่าประหยัดน้ำมันมากถึงร้อยละ 40 เช่น รถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตรในยุโรป ประหยัดน้ำมันมากกว่าแอคคอร์ดเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร แต่ฮอนด้าก็ต้องหยุดการส่งขายรถยนต์รุ่นดังกล่าวไปจนถึงปี 2007 เนื่องจากค่าของไนโตรเจนออกไซด์ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เช่นเดียวกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่สามารถที่จะส่งรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเข้าไปขายได้ทุกมลรัฐ เพราะเกิดปัญหาเดียวกันกับของฮอนด้า

แต่โลกรถยนต์ก็ต้องดีใจไปกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สามารถแก้ไขจุดอ่อนในเรื่องนั้นได้อย่างหมดจด และเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ เรียกนวัตกรรมของเขาว่า BLUE TEC เป็นการแก้ปัญหาง่ายตามทฤษฎี ด้วยการฉีดปุ๋ยยูเรียผสมน้ำเข้าไปในท่อไอเสีย ซึ่งจะทำให้ไนโตรเจนออกไซด์กลายเป็นแอมโมเนีย แอมโมเนียวิ่งผ่านตัวแปรสภาพไอเสีย อีกแบบหนึ่งก็จะได้ไนโตรเจนและน้ำออกจากปลายท่อไอเสีย เป็นการปลอดมลพิษอย่างสิ้นเชิง BLUE TEC จึงกลายเป็นศัพท์หรือรุ่นของรถยนต์หลายรุ่นในวันนี้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์

โฟล์คสวาเก้นก็ใช้เทคโนโลยี BLUE TEC ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งโฟล์คสวาเก้นและเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศตัวออกมาแล้วว่าเครื่องยนต์ของตนนั้น เป็นเครื่องยนต์ที่สะอาดที่สุดในโลกปัจจุบัน

เจ้าเทคโนโลยีทางเอเชียอย่างฮอนด้า ก็ไม่ยอมหยุดอยู่กับที่ เพราะแค่เรื่องของไนโตรเจนออกไซด์ ไม่นานมานี้ (ใกล้เคียงกับที่โลกรู้จัก Blue Tec) ฮอนด้าก็ประสบความสำเร็จในเรื่องของไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลที่สะอาดที่สุดในโลกโดยใช้เทคโนโลยีของตัวเอง ฮอนด้าปรับปรุงการจุดระเบิดการเผาไหม้อัตราส่วนของอากาศกับน้ำมันใหม่ ทำให้ได้ก๊าซไฮโดรเจนมากขึ้นหลังการเผาไหม้ และก๊าซไฮโดรเจนที่เพิ่มมากขึ้นนี้มากพอที่จะไปรวมตัวกับไนโตรเจนออกไซด์ ทำให้ไอเสียเกิดเป็นแอมโมเนีย ไหลผ่านออกไปทางตัวแปรสภาพไอเสียกลายเป็นไนโตรเจนและน้ำเช่นเดียวกับ BLUE TEC ของเมอร์เซเดส-เบนซ์

ครับ วันนี้เรามีเครื่องยนต์ดีเซลที่ปลอดมลพิษอย่างสิ้นเชิง ออกมาวิ่งบนท้องถนนกันแล้ว (ขออภัยยังไม่ใช่ในบ้านเรา) แต่เทคโนโลยีที่ได้มานี้ ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้โลกร้อนช้าลง แม้ว่าอากาศจะสะอาดขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้น้ำมันจากฟอสซิลอยู่ดี จะประหยัดมากมายสักเพียงไร วันนี้โลกจดจ่อรอคอยกับรถยนต์ที่ไม่ต้องใช้น้ำมันซึ่งก็คือพลังงานจากไฮโดรเจน ที่อีกไม่นานนักเราจะได้พบเห็น เครื่องยนต์ดีเซลแม้จะพัฒนามาไกลแต่อนาคตอันใกล้ก็คงต้องหลีกทางให้กับสิ่งที่ใหม่กว่า ดีกว่า

 


teentoa.com ขอขอบคุณ
บทความโดย นายประโยชน์
เรียบเรียง ตีนโต ดอทคอม


 

page 1 :1 prev : next


 
Copyright @ 2005 / Web Designed by : teentoa / Since : 24 April 2006
All Right Reserved, Contact us : teentoa@yahoo.com